011 Production

ข่าวฟุตบอล อัพเดทข่าวนักเตะ ข่าวสโมสร

จิ้งจอกสยาม

จิ้งจอกสยาม มีรายรับใน ยูฟ่า ปีก่อน มากกว่า ราชันชุดขาว

จิ้งจอกสยาม สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ โดยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และยังสร้างความตกใจในการ ทำเม็ดเงินของเขาที่ มากมายมหาศาลกว่าที่ใครๆจะคิด

จิ้งจอกสยาม สร้างผลงานได้ไม่ดีอย่างที่คิด แต่ก็ยังคงคว้าเงินได้มาก และสร้างกำไรให้สโมสรมากมาย โดยเชื่อว่าพวกเขาจะก้าวไปเป็นแชมป์ได้อีกครั้ง

เลสเตอร์ ซิตี้ จิ้งจอกสยาม ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก สร้างผลงานได้ดี โดยคว้าเงินส่วนแบ่งรวมไปถึงเงินในการเข้ารอบ ได้มากกว่าแชมป์อย่าง เรอัล มาดริด ที่เป็นแชมป์ แต่ยังไม่สามารถสร้างเม็ดเงิน มหาศาล เหมือนที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ทำได้

จิ้งจอกสยาม

โดยทีมที่ทำเงินได้มากกว่า เรอัล มาดริด และ เลสเตอร์ ซิตี้ ก็คือ ยูเวนตุส ที่ได้เงินจากส่วนแบ่งต่างๆเป็นเงิน 110.4 ล้านยูโร หรือเป็นเงินไทยที่ 4,300 ล้านบาท โดยที่สองในการทำเงินมากมายมหาศาลเป็น เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก 81.7 ล้านยูโร

หากคิดเป็นเงินไทยก็ตะได้ประมาณ 3,200 ล้านบาท แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เข้าสู่รอบชิงหรืออยู่เป็นทีมสุดท้ายเหมือน เรอัล มาดริดก็ตาม ส่วนทางด้าน ราชันชุดขาว ที่เป็นแชมป์ ก็ได้เงินทั้งหมด 81 ล้านยูโร หรือ 3,170 ล้านบาท

นับว่าการเป็นแชมป์ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาได้เงินอย่างที่ต้องการได้ ส่วนการได้เงินมากมายของ เลสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นส่วนแบ่งจาการที่พวกเขาได้มาจากการถ่ายทอดสด เพราะว่าช่วงนั้นมีแต่ แฟนบอลที่ต้องการ ดูความสามารถของนักเตะในสโมสร

และคิดว่า พวกเขาน่าจะเข้ารอบลึกๆได้ ทำให้การขายสัญญาณ ถ่ายทอดสดของ เลสเตอร์ ซิตี้ จะมีเยอะกว่าทีมแชมป์ ที่หลายๆคนอาจจะคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นพวกเขา ทำให้ไม่อยากที่จะเสียเงินดูที่ผ่าน รอฟังผล และหา คลิปไฮไลท์

ดูน่าจะดีกว่า ทีมใหญ่ๆพรีเมียร์ลีก ก็ได้ส่วนแบ่งน้อยกว่าทีมที่เป็นรองเช่นกัน โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ส่วนแบ่งจากถ้วย ยูโรป้า 44.5 ล้านยูโน แต่กลับกัน สเปอร์ส กับได้รับส่วนแบ่งไป 46 ล้านยูโร นับว่าเป็นส่วนแบ่งที่ทำให้ สโมสรเล็กๆ

ได้ลืมตาอ้าปาก และ เชื่อว่า พวกเขาจะสร้างผลงานที่ดีได้มากกว่านี้ โดยการรับเงินแบ่งจากการถ่ายทอดสด หรือเงินรางวัลต่างๆก็จะทำให้ สโมสรที่ต้องการใช้เงิน ก็ทำให้ได้เห็นว่า พวกเขายังคงมีความสำคัญกับแฟนบอล ที่อยากจะดูเขา

และพร้อมที่จะ จ่ายเงิน เพื่อให้ได้เห็นพวกเขาลงเล่นและชนะ ในจอทีวีของพวกเขา มันขึ้นอยู่กับ ความสนุกของการทำงานของนักเตะในสโมสร มากกว่าจะใช้ชื่อชั้นทาง สโมสรเข้ามาเป็นใบเบิกทางให้กับพวกเขาได้เป็นแชมป์ หรือเป็นทีมที่คนจะติดตามได้ในอนาคตน